ข่าว/ประกาศจากรัฐบาล


สารจากนายกรัฐมนตรี ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2558

10/10/2015

สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สารจากนายกรัฐมนตรี

ถึงพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในช่วงเวลาที่ประเทศเรากำลังเดินหน้าปฏิรูปและยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนั้น ผมมีเรื่องเรียนชี้แจ้งให้ทุกท่านทราบ โดยมีหัวข้อสำคัญดังนี้ หัวข้อแรกของสารเป็นเรื่องเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนหัวข้อที่สอง เป็นเรื่องการสร้างความปรองดองภายในชาติ

หัวข้อที่ 1 การร่างรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่ 1
คือ วิสัยทัศน์ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ/นายกรัฐมนตรี

ได้ให้แนวทางกับกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าขอให้มองที่ปัญหาของประเทศไทยในห้วงหลายปีที่ผ่านมา มาเป็นโจทย์ แล้วหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการประชาธิปไตยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ไม่เอาประชาธิปไตย หรือเอาแนวคิดเสรีภาพที่ไร้ขีดจำกัดมาเป็นตัวตั้ง โดยไม่มองว่าปัญหาที่แท้จริงนั้น อยู่ที่มไหน แม้ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่หากทุกคนไม่ปฏิบัติตาม พยายามแต่จะหาช่องว่าง อ้างแต่ในเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ โดยไม่คำนึงว่าจะไปกระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นหรือไม่ บ้านเมืองก็คงไม่มีเสถียรภาพ

การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบแนวทางให้กับ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วว่าจะต้องดำเนินการโดยต่อเนื่อง จากคณะ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะของอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดความเห็นจากพี่น้องประชาชนมาแล้วทั่วประเทศ ประเด็นสำคัญคือต้องรับฟังความคิดเห็นจากคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ที่ผ่านมามีคนพยายามที่จะบิดเบือนว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฟังแต่เสียงของประชาชนชั้นสูง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยไม่มีคนชั้นสูง ไม่มีคนชั้นกลาง และไม่มีคนชั้นต่ำ คำพูดเหล่านั้นมันเป็นวาทะกรรมของนักการเมืองบางคน ที่มีความพยายามพูดจาแบ่งกลุ่มแบ่งฝ่าย สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้กระทั่งการบังคับใช้กฎหมายในมาตรา ๑๑๒ ก็กล่าวหาว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลใช้เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ เห็นชัดเจนหรือไม่ ทั้งการพูด การชุมนุม ไม่ว่าจะจากโซเชียลมีเดียทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีการกล่าวว่า ทำไมรัฐบาลถึงไม่แก้ไขในเรื่องนี้ ก็ต้องเรียนให้ทราบว่าก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ส่วนราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ดำเนินการป้องกันการพูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิดต่อสถาบันอันเป็นที่รักสูงสุดของประเทศมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนพวกนี้ยังคงใช้เทคนิคในการหลบเลี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันก็ให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ไม่หวังดี สร้างข่าวลือข่าวลวง ข่าวเท็จ ทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยไม่มีการห้ามปราม และเอาจริงเอาจัง จากผู้มีอำนาจบริหารประเทศในห้วงนั้นเลย หลังจากวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศ ก็ยังมีการกระทำในลักษณะนี้อยู่ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลก็พยายามที่จะป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมายเหล่านั้นอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ต้องเรียนตามความเป็นจริงว่าการป้องกันและปิดกั้นนั้นกระทำได้ยากมาก ในประเทศก็ดำเนินการไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กลุ่มบุคคลทั้งหลายเหล่านี้ก็ยังอาศัยเทคนิคทางเทคโนโลยีไปเปิดเว็บไซต์แห่งใหม่อีก ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องดำเนินกาต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบ จับกุมผู้กระทำความผิดได้ ก็มักจะมีการสร้างเครือข่ายขึ้นมาต่อต้าน โดยอ้างหลักสิทธิมนุษยชน และในที่สุดก็หลบหนีไปต่างประเทศ

ประเด็นที่ 2
การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลอยากขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ตลอดจนนักการเมือง กลุ่มการเมือง นักวิชาการ ได้แสดงความคิดความเห็นผ่านช่องทางที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จัดไว้น่าจะมีความเหมาะสมที่สุด ดีกว่ามาแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางสื่อมวลชน เพราะอาจทำให้สังคมสับสนว่าเรื่องใดเป็นข้อเท็จจริง เรื่องใดเป็นเพียงการตีความไปเอง หรือเรื่องใดเป็นเพียงความคิดเห็นเฉพาะตัว ที่ไม่ได้มาจากข้อมูลรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

ประเด็นที่ 3
เป้าหมายและสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีอยู่ในรัฐธรรมนูญ

สิ่งสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญ คือ เราจะแก้ไขเผด็จการรัฐสภา การทุจริตประพฤติมิชอบ การกระทำผิดกฎหมายได้อย่างไร การตรวจสอบ การถ่วงดุล อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ จะทำอย่างไรจึงจะมีความสมดุลย์ การบริหารราชการแผ่นดินที่จะต้องมีธรรมาภิบาล จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความรุนแรง มีการใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีการปลุกปั่นแบ่งแยกประชาชนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย จะทำอย่างไรจะป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ ไม่ให้เกิดขึ้นได้อีก ทำอย่างไรให้ข้าราชการไม่เสียกำลังใจ ได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องจากฝ่ายการเมือง

การปฏิรูปให้เกิดความยั่งยืนของประเทศในทุกมิติ อาจต้องใช้เวลานาน คงไม่ใช่เพียง ๑ ปี ๒ ปี จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะอยู่จนกระทั่งจบการปฏิรูป เพียงแต่ต้องเริ่มต้นปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆที่หมักหมมมาเป็นเวลานาน ปฏิรูปในเรื่องต่าง ๆ เพื่อวางรากฐานที่ดีของประเทศ แล้วส่งต่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ดำเนินการต่อไป โดยมีกลไก หรือกฎหมาย ควบคุมให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ครอบคลุมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ ๑๒ เป็นต้นไป โดยรัฐบาลจะต้องนำเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ ทุกหน่วยราชการจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติตลอดจนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งนี้ กลไกดังกล่าว จะต้องไม่ก้าวก่ายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล แต่จะต้องสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ หากประเทศของเราจะต้องประสบปัญหาขึ้นมาอีกดังเช่นปัญหาที่มีมาก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗

คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลเข้าใจดีว่า คนส่วนใหญ่และต่างประเทศที่เป็นสากลคงไม่ชอบการที่ทหารเข้ามาแก้ไขปัญหาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ดังนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลจึงคาดหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังยกร่างอยู่นี้ จะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ในการแสดงความคิดความเห็นที่เป็นประโยชน์จนเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีความสมบูรณ์สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศได้ และก็คงจะเป็นการดีที่ทหารจะได้ไม่ต้องเข้ามาแก้ปัญหาเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีก สำหรับนักการเมืองบางท่านที่เกิดความไม่สบายใจ ก็ขอให้อดทนเพื่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งก็คงใช้เวลาไม่นานนักตามโรดแมปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลได้เรียนให้พี่น้องประชาชนทราบมาโดยตลอด





Back to the list