ประกาศและประชาสัมพันธ์


ประกาศนโยบายการเปิดพื้นที่นำร่องในจังหวัดภูเก็ต (Phuket Sandbox Programme) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564

01/07/2021

เงื่อนไขการเข้าร่วม

l ต้องเดินทางจากประเทศ/พื้นที่ที่ได้รับอนุมัติให้เข้า Phuket Sandbox (รายชื่อประเทศ)

** สำหรับผู้ไม่มีสัญชาติไทย จะต้องพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย

*** สำหรับผู้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนด 21 วันนี้

l ต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) หรือกระทรวงสาธารณสุขรับรอง อย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง ทั้งนี้ อนุญาตให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่ได้รับวัคซีนแต่เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองสามารถเข้า Phuket Sandbox ได้

* หากใบรับรองการฉีดวัคซีนเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ กรุณาแนบคำแปลภาษาอังกฤษมาด้วย (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำแปล)

・ต้องมีใบรับรองผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชม. ก่อนการเดินทาง
・ผู้เดินทางจะต้องติดตั้งระบบติดตาม หรือ app ตามที่ทางราชการกำหนด โดยห้ามปิดระบบติดตามตัวตลอดระยะเวลาที่อยู่ในภูเก็ต หากฝ่าฝืนอาจจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกภูเก็ตเมื่อครบ 14 วัน
・กรณีผู้ที่ต้องการออกจากภูเก็ตไปยังจังหวัดอื่นในประเทศไทยจะต้องอยู่ในภูเก็ตครบ 14 วัน และจะต้องมีหลักฐานยืนยันการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่แสดงผลเป็นลบตลอดระยะเวลา 14 วัน
・ผู้เดินทางจะดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ต หลังจากนั้นต้องเดินทางไปยังโรงแรม SHA+ ที่จองไว้ทันทีเพื่อรอผลการตรวจ หากผลตรวจเป็นลบ ผู้เดินทางจึงจะได้รับอนุญาตให้ท่องเที่ยวในภูเก็ตได้ 

------------------------------------------------------------------------

ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร และการลงทะเบียนขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE)

A. เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อการลงทะเบียน

1. หนังสือเดินทาง

2. กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมทั้งกรณีติดเชื้อโควิด 19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (สำหรับชาวไทย ระยะเวลาครอบคลุม 14 วันในภูเก็ต สำหรับชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทยหรือพำนักระยะยาว กรมธรรม์จะต้องครอบคลุมระยะเวลาขั้นต่ำ 1 ปี)

สามารถดูรายละเอียดและซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษา COVID-19 ในประเทศไทยได้ที่ https://covid19.tgia.org/

3. เอกสารยืนยันโรงแรมมาตรฐาน SHA+ และเอกสารการชำระเงินที่ได้รับจากระบบ SHABA
(SHA Plus Booking Authentication system) หรือเป็นการจองผ่าน 
http://entrythailand.go.th/ เท่านั้น
* ใน 7 วันแรก จะต้องพักในโรงแรมเดียวกัน หลังจาก 7 วันจึงจะสามารถเปลี่ยนโรงแรมได้
** หากเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยบัตรโดยสารเที่ยวเดียวหรือมีบัตรโดยสารที่ไม่ระบุวันกลับ / หรือพำนักในประเทศไทยตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป จะต้องแสดงหลักฐานยืนยันการชำระค่าที่พัก SHA+ ไม่ต่ำกว่า 14 คืน
*** กรณีพำนักในภูเก็ตน้อยกว่า 14 วัน (มีบัตรโดยสารเที่ยวบินขาออกจากภูเก็ตไปต่างประเทศภายใน 14 วัน) สามารถจองโรงแรม SHA+ ตามจำนวนวันที่อยู่ในภูเก็ต และเมื่อครบกำหนดพำนักแล้วจะต้องเดินทางออกจากประเทศไทย

**** ผู้เดินทางต้องพำนักในภูเก็ตไม่น้อยกว่า 14 วัน จึงจะสามารถเดินทางออกจากภูเก็ตไปยังจังหวัดอื่นๆ

สามารถดูรายชื่อโรงแรม SHA+ ได้ที่ https://www.thailandsha.com/shalists/

4. เอกสารยืนยันการจองตรวจโควิด อาทิ ใบเสร็จการจอง ซึ่งสามารถติดต่อกับโรงแรม/โรงพยาบาลโดยตรง โดยผู้เดินทางต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ครั้งหากพำนักในภูเก็ตไม่น้อยกว่า 14 วัน (เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ต / วันที่ 6-7 / วันที่ 12-13)

5. บัตรโดยสารเครื่องบิน

สามารถตรวจสอบเที่ยวบินและจองบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ของสายการบินโดยตรง


B. การลงทะเบียนเพื่อขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย

ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ช่องทางเดียวที่ https://coethailand.mfa.go.th/

หมายเหตุ :

* โปรดดำเนินการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนวันเดินทาง 7 วัน

** ก่อนเดินทาง โปรดลงทะเบียนและดาวน์โหลด Application Thailand Plus ได้ที่ https://thailandplus.in.th/th/

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรการ Phuket Sandbox Extension (7+7)
(ประกาศเพิ่มเติมวันที่ 17 สิงหาคม 2564)

นักท่องเที่ยว Phuket Sandbox ที่พำนักในภูเก็ตครบ 7 วัน รวมทั้งมีผลตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 2 และได้รับ Transfer Form แล้ว จะสามารถเดินทางต่อไปยังพื้นที่นำร่องอื่นตามที่กำหนดอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ทั้งนี้ หากพัก 14 คืนขึ้นไป ต้องมีหลักฐานแสดงการชำระค่าตรวจ RT-PCR ครบ 3 ครั้ง โดย 2 ครั้ง ตรวจที่ภูเก็ต และครั้งที่ 3 ตรวจ ณ พื้นที่นำร่องใน 7 วันหลัง ในสถานที่ที่กำหนด

- หากจองที่พักในลักษณะ Phuket Sandbox ปกติ และได้รับ COE เดินทางเข้าภูเก็ตแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้มาตรการ Phuket Sandbox Extension (7+7) ได้


พื้นที่ +7 ที่อยู่ในมาตรการ (ไปได้เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง)

- จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า (โดยเที่ยวบินตรง)

- จังหวัดกระบี่ เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล (โดยทางเรือ)

- จังหวัดพังงา เขาหลัก (โดยทางรถ)

- จังหวัดพังงา เกาะยาวน้อย หรือ เกาะยาวใหญ่ (โดยทางเรือ)


ที่พัก (ต้องเป็น SHA+ เท่านั้น)

1. การจองที่พักและหลักฐาน สามารถจองที่พักในแต่ละพื้นที่ได้ไม่เกิน 2 โรงแรมโดยหลักฐานการจองจะใช้ระบบ booking ของ SHABA เท่านั้น

2. การย้ายที่พัก

- จังหวัดพังงา กรณีเกาะยาวน้อย และยาวใหญ่ ต้องจองที่พัก ณ เกาะใดเกาะหนึ่งไม่สามารถย้ายได้แต่สามารถเที่ยว day trip ระหว่างเกาะได้ กรณีเขาหลัก ต้องพักที่เขาหลักเท่านั้น และไม่สามารถท่องเที่ยว Day Trip ที่อื่นได้

- จังหวัดกระบี่ และ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถย้ายที่พักระหว่างเกาะได้ทั้งหมด


เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาพำนัก

หากอยู่ไม่ครบ 14 วัน จะต้องเดินทางกลับไปขึ้นเครื่องที่สนามบินภูเก็ต และเดินทางออกนอกประเทศไทยเท่านั้น

กรณีอยู่ครบ 14 วัน สามารถเดินทางต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ ตามเงื่อนไขเดิมของ Phuket Sandbox โดยมี Release Form จาก รร. SHA+ ระบุข้อมูลตามเงื่อนไข

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อควรระวัง

*กรณีผู้เดินทางเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว แต่พบว่ามีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ ผู้เดินทางจะต้องเข้ารับการกักกันใน ALQ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือเดินทางออกจากประเทศไทยทันที

***ข้อมูลข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต



Tags:   Phuket Sandbox

Back to the list