งานนิติกรณ์/ทะเบียนราษฎร


การแจ้งเกิด หรือ ขอสัญชาติไทยให้บุตร

หากต้องการขอสัญชาติไทยและสูติบัตรไทยให้บุตร สามารถยื่นคำร้องขอแจ้งเกิดบุตรได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

เอกสารบิดามารดาไทย

  1. คำร้องขอจดทะเบียนคนเกิด สามารถดาวน์โหลดได้จากทางเว็บไซต์ หรือขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
  2. หนังสือเดินทางฉบับจริง พร้อมสำเนาหน้ารูปถ่าย และหน้าวีซ่า 1 ชุด
  3. สำเนาบัตรประชาชนไทย 1 ชุด
  4. สำเนาทะเบียนบ้านไทย 1 ชุด
  5. ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อหรือใบเปลี่ยนนามสกุล หากเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลมาก่อน พร้อมสำเนา 1 ชุด
  6. ใบสำคัญการสมรส สำเนาทะเบียนสมรส หรือทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวสมรส พร้อมสำเนา 1 ชุด (กรณีบิดามารดาสมรส)
  7. ใบสำคัญการหย่า สำเนาทะเบียนหย่า หรือทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวหย่า พร้อมสำเนา 1 ชุด (กรณีมารดาเคยหย่า)
  8. สำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือไซริวการ์ด 1 ชุด

เอกสารบิดามารดาญี่ปุ่น

  1. คำร้องนิติกรณ์ สามารถดาวน์โหลดได้จากทางเว็บไซต์ หรือขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
  2. หนังสือเดินทางฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด หรือใบขับขี่รถยนต์ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  3. ทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น หรือโคเซกิโทฮงฉบับจริง 1 ชุด ซึ่งผ่านการประทับตรารับรองจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 3 เดือน

เอกสารของบิดามารดาต่างชาติที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น

  1. คำร้องนิติกรณ์ สามารถดาวน์โหลดได้จากทางเว็บไซต์ หรือขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
  2. หนังสือเดินทางฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  3. สำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือไซริวการ์ด 1 ชุด
  4. กรณีบิดาเป็นทหารประจำการในฐานทัพสหรัฐอเมริกาประจำประเทศญี่ปุ่น กรุณานำบัตรประจำตัวทหารพร้อมสำเนา 1 ชุด มาแสดงด้วย

เอกสารบุตร

  1. หนังสือรับรองการแจ้งเกิด หรือชุทโชโทโดเคะคิไซจิโคโชเมโช ออกโดยที่ว่าการอำเภอญี่ปุ่น หรือกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น ซึ่งผ่านการประทับตรารับรองจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 3 เดือน
    ***ในกรณีที่บุตรเกิดในฐานทัพสหรัฐอเมริกา กรุณาเตรียมหนังสือรับรองการเกิด (Consular Report of Birth Abroad) ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำประเทศญี่ปุ่น และใบเกิดจากโรงพยาบาล (Birth Certification) ที่ระบุรายละเอียดการเกิดของบุตร เช่น เวลาเกิด น้ำหนักแรกเกิด ฯลฯ โดยเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา หรือ Notary Public ของสหรัฐอเมริกาด้วย***
  2. รูปถ่าย ถ่ายรวมกัน 3 คน และเห็นหน้าทุกคนชัดเจน 1 รูป
  3. หากเคยแจ้งเกิดบุตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ แล้วก่อนหน้านี้ กรุณาเตรียมสำเนาสูติบัตรของบุตรคนก่อนมาด้วย

กรณีบิดามารดายังไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือจดทะเบียนสมรสภายหลังบุตรเกิด บิดามารดาต้องพาพยานคนไทยมาแจ้งเกิดบุตรด้วย 2 คน โดยพยานต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

  1. สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ชุด
  2. สำเนาบัตรประชาชนไทย 1 ชุด
  3. สำเนาทะเบียนบ้านไทย 1 ชุด
สรุปข้อวินิจฉัยเรื่องสัญชาติของบุคคล ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 กรณีบุคคลที่เกิดนอกราชอาณาจักรไทย ดังนี้

กรณีที่

สถานภาพของบิดาและมารดาขณะเกิด

ช่วงเวลาที่เด็กเกิด

สัญชาติเด็ก

ข้อกฎหมาย

สัญชาติบิดา

การสมรส

สัญชาติมารดา

1

ไทย

จดทะเบียน

ไทย

ก่อน 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1)

ตั้งแต่ 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1)

2

ไทย

ไม่จด

ไทย

ก่อน 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1) / มาตรา 10

ตั้งแต่ 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1)

3

ไทย

จดทะเบียน

อื่นๆ

ก่อน 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1)

ตั้งแต่ 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1)

4

ไทย

ไม่จด

อื่นๆ

ก่อน 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7(1) แบบมีเงื่อนไขต้องผ่านพิสูจน์ความสัมพันธ์ตามมาตรา 7 วรรคสอง

ตั้งแต่ 26 ก.พ. 35

ไทย

(กฎหมายมาตราเดียวกัน)

5

ไทย

ไม่จด

อื่นๆ

ตั้งแต่เกิดถึงปัจจุบัน

ไม่ได้ไทย

ถ้าไม่ผ่านการพิสูจน์ความสัมพันธ์การเป็นบิดาและบุตร

6

อื่นๆ

จดทะเบียน

ไทย

ก่อน 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1) / มาตรา 10

ตั้งแต่ 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1)

7

อื่นๆ

ไม่จด

ไทย

ก่อน 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1) / มาตรา 10

ตั้งแต่ 26 ก.พ. 35

ไทย

มาตรา 7 (1)

คำถามเกี่ยวกับสัญชาติ

Q. จะขอสัญชาติไทยให้กับบุตรที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไร

A. บุตรของคนไทยที่เกิดในประเทศญี่ปุ่น จะได้สัญชาติไทยตามกฎหมายเมื่อไปแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ จากนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ จะออกสูติบัตรให้ โดยบิดามารดาไทยจะต้องยื่นคำร้องด้วยตนเอง แบ่งเป็นกรณีได้ดังนี้

1. กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนสมรส ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถมายื่นคำร้องเพียงผู้เดียวได้

2. กรณีมารดาไทย ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับบิดาของบุตร และมารดาไม่ประสงค์ใส่ชื่อบิดาในสูติบัตรของบุตร มารดาสามารถยื่นคำร้อง ขอแจ้งเกิดให้บุตรเพียงผู้เดียวได้

3. กรณีมารดาไทย ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับบิดาของบุตร แต่มารดาประสงค์ใส่ชื่อบิดาในสูติบัตรของบุตร มารดาและบิดา พร้อมพยานบุคคล 2 ปาก จะต้องมาให้ถ้อยคำเพื่อประกอบการยื่นคำร้องขอแจ้งเกิดให้บุตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ด้วย

Q. หากไม่แจ้งเกิดให้บุตร จะมีผลอย่างไร

A. บุตรจะไม่มีสัญชาติไทย และไม่สามารถขอทำหนังสือเดินทางไทยและบัตรประจำตัวประชาชนไทยได้

Q. บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึงอะไร

A. บุตรที่เกิดในระหว่างสมรส หรือบุตรที่บิดาได้จดทะเบียนรับรองเป็นบุตรแล้ว

Q. การได้สัญชาติไทยย้อนหลังคืออะไร

A. เดิมพระราชบัญญัติสัญชาติ ปี พ.ศ. 2508 ยินยอมให้บุคคลได้สัญชาติไทยในวงจำกัด ต่อมาเมื่อมีการแก้ไขพระราชบัญญัติสัญชาติในปี พ.ศ. 2535 จึงเปิดโอกาสให้บุคคลได้รับสัญชาติไทยได้มากขึ้น รวมทั้งผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติสัญชาติฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ด้วย ดังนั้น ผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และมิได้สัญชาติไทยเมื่อแรกเกิดจึงได้รับสัญชาติไทยเป็นการย้อนหลัง

Q. ในสูติบัตรที่ออกโดยที่ว่าการเขต/อำเภอไทย ไม่ได้ระบุว่ามีสัญชาติไทย จะสามารถขอสัญชาติไทยให้บุตรได้หรือไม่

A. ได้ สำหรับบุคคลที่เกิดก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 สามารถยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยให้บุตรย้อนหลังได้ ณ ที่ว่าการเขต/อำเภอที่มีชื่อบุตรอยู่ในทะเบียนบ้าน

Q. คนที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทย อายุมากกว่า 20 ปี ต้องการแจ้งเกิด สามารถแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้หรือไม่ และจะถือว่าเป็นการเลือกสัญชาติหรือไม่

A. ได้ เนื่องจากไม่มีข้อห้ามไว้ และไม่ถือว่าเป็นการเลือกสัญชาติ

Q. บุคคลสัญชาติไทยที่ต้องการขอถือสัญชาติญี่ปุ่น ต้องดำเนินการอย่างไร

A. กรุณาติดต่อขอทราบรายละเอียดจากที่ว่าการอำเภอ/เขตญี่ปุ่น หรือกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น (โฮมุเคียวคุ)

Q. คนไทยเมื่อแปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว จะเสียสัญชาติไทยโดยทันทีหรือไม่

A. คนไทยที่แปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าวย่อมเสียสัญชาติไทย แต่การนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อได้ขอสละสัญชาติไทย และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเท่านั้น

Q. เด็กถือสองสัญชาติได้จนถึงอายุกี่ปี และหลังจากถึงอายุที่กำหนดแล้วต้องทำอย่างไร

A. เด็กถือสองสัญชาติได้จนถึงอายุ 20 ปี จากนั้นจึงทำการเลือกสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง

Q. การสละสัญชาติไทยต้องดำเนินการอย่างไร

A. ผู้ที่จะยื่นคำร้องขอสละสัญชาติไทยนั้น ต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์

1. ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำร้องต่อผู้บังคับการกองบังคับการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล

2. ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำร้องต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนั้น

3. ผู้ที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ ให้ยื่นคำร้องต่อสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้น

*** สำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดได้จากทางเว็บไซต์ หรือขอรับเอกสารได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ

Q. บุคคลที่อ้างว่ามีสัญชาติไทยซึ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศด้วยหนังสือเดินทางจากต่างประเทศหรือหนังสือสำคัญประจำตัว มีความประสงค์จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านโดยไม่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย ควรทำอย่างไร

A. ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนที่เขต/อำเภอ เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

1. เขต/อำเภอจะส่งตัวผู้ขอเพิ่มชื่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิสูจน์สัญชาติ

2. หากผู้ขอเพิ่มชื่อเป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้เจ้าบ้านติดต่อเขต/อำเภอเพื่อสอบสวน

3. เขต/อำเภอจะกำหนดเลขประจำตัวประชาชนให้

4. เขต/อำเภอเพิ่มชื่อบุคคลดังกล่าวในทะเบียนบ้าน

Q. บุคคลที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานรับรองการเกิดแสดงว่ามีสิทธิได้รับสัญชาติไทย จะสามารถเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านไทยได้หรือไม่

A. ได้ โดยนำสูติบัตรที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ไปยื่นขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านต่อนายทะเบียนเขต/อำเภอ

Q. เด็กชายซึ่งมีสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ จะต้องเกณฑ์ทหารหรือไม่

A. เมื่ออายุครบ 18 ปี จะต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในประเทศไทย

Q. หญิงไทยเมื่อได้สัญชาติอื่นตามสามีแล้ว จำเป็นต้องสละสัญชาติไทยหรือไม่

A. กฎหมายไทยมิได้กำหนดว่าให้สละสัญชาติไทย แต่หากประสงค์จะสละสัญชาติไทย ก็สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอสละสัญชาติไทยได้ อย่างไรก็ดี กรณีขอแปลงสัญชาติเป็นญี่ปุ่น กฎหมายญี่ปุ่นบังคับให้สละสัญชาติเดิมภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับสัญชาติญี่ปุ่น



Back to the list