ระบบประกันสังคมและประกันสุขภาพ

การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น


ระบบประกันสังคมและประกันสุขภาพ

14/10/2009

Q.

ระบบประกันสังคมคืออะไร

A.

ระบบที่ให้ความคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิต ว่างงาน หรือ เกษียณอายุ โดยพนักงาน ผู้ว่าจ้าง และรัฐบาลแบ่งภาระในการชำระเบี้ยประกัน


Q.

แรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะสามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมใดบ้าง

A.

พนักงาน หรือคนงานบริษัท จะสามารถได้รับการคุ้มครองจากระบบประกัน สุขภาพพนักงาน และประกันเงินบำนาญสวัสดิการสำหรับพนักงาน นอกจากนี้ ยังมีประกันค่าชดเชยอุบัติเหตุคนงาน ซึ่งจะครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่าง การทำงาน และประกันอาชีพซึ่งคุ้มครอง กรณีว่างงาน

พนักงานอิสระ พนักงานที่เกี่ยวกับการเกษตรกรรม และบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูก คุ้มครองโดยระบบประกันในข้างต้น จะสามารถขอรับความคุ้มครอง จากประกัน สุขภาพแห่งชาติ และประกันเงินบำนาญแห่งชาติได้


Q.

 ระบบประกันสุขภาพพนักงานหรือคนงานบริษัทคืออะไร

A.

ระบบที่ให้ผลประโยชน์ในการบำบัดรักษาทางการแพทย์ และค่าคุ้มครองอื่นๆ แก่พนักงานหรือคนงาน และสมาชิกครอบครัวในกรณีที่ป่วย หรือได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการทำงาน หรือการให้กำเนิดบุตร

ทำอย่างไรจึงจะได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันนี้

ผู้ว่าจ้างหรือนายจ้าง มีหน้าที่รับผิดชอบทำประกันให้แก่พนักงาน หรือ คนงานโดยนายจ้างจะต้องทำประกันให้กับพนักงานทุกคน ยกเว้น พนักงานชั่วคราว หรือพนักงานรายวัน

สำหรับกรณีของกิจการส่วนตัวที่มี พนักงานน้อยกว่า 5 คน ผู้ว่าจ้างหรือนายจ้างสามารถเข้าระบบประกันนี้ ได้ถ้าขอสมัครโดยมีเสียงของพนักงานที่เห็นด้วยเกินครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งการได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าเบี้ยประกัน

อัตราเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ทำประกันแต่ละคน และภาระในการจ่ายเบี้ยประกันจะถูกแบ่งในจำนวนเท่า ๆ กัน ระหว่างผู้ว่าจ้างและพนักงาน

ผู้มีประกันจะได้รับความคุ้มครองอย่างไรบ้าง

ในกรณีที่เจ็บป่วย หรือ ได้รับบาดเจ็บ ให้แสดงบัตรประกันสุขภาพแก่ทางโรงพยาบาล โดยผู้มีประกันจะชำระ 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด (เงื่อนไขนี้รวมถึงสมาชิกของครอบครัวที่มีรายชื่อปรากฎอยู่บนใบประกันนั้นๆ)

สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ของกิจการนั้นๆ จะเป็นผู้จัดการด้านธุรกิจ เกี่ยวกับการจ่ายค่าประกัน
ยกเว้น ในส่วนที่รับผิดชอบโดยสมาคม ประกันสุขภาพ


Q.

ระบบประกันเงินบำนาญสวัสดิการคืออะไร

A.

เป็นระบบที่ให้การคุ้มครองแก่พนักงานหรือคนงาน สำหรับการยังชีพ ในช่วงบั้นปลายของชีวิต นอกจากนี้ยังรวมถึงความคุ้มครองสำหรับการยังชีพของพนักงานหรือคนงานที่ไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจาก การได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย หรือสำหรับการยังชีพของคนในครอบครัวของ พนักงานหรือคนงานที่เสียชีวิต โดยมีขั้นตอนการสมัคร และการชำระเบี้ยประกัน รายละเอียดเหมือนระบบ ประกันสุขภาพพนักงานหรือคนงาน

พนักงานหรือคนงานชาวต่างชาติที่เข้าร่วมระบบประกันนี้แล้ว หากเดินทางกลับประเทศจะต้องทำอย่างไร

ชาวต่างชาติใน 4 กลุ่มต่อไปนี้จะสามารถแจ้งขอรับเงินคืนได้ (โดยต้องแจ้ง ภายใน 2 ปี นับจากวันที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น)

  • ชาวต่างชาติที่ไม่ใช่พลเมืองญี่ปุ่น
  • ชาวต่างชาติที่เป็นสมาชิกของระบบประกันเงินบำนาญสวัสดิการมาก กว่า 6 เดือน
  • ชาวต่างชาติที่ไม่มีที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น
  • ชาวต่างชาติที่ไม่เคยได้รับบำนาญในประเทศญี่ปุ่น

ขั้นตอนการขอรับเงินคืน ต้องทำอย่างไร และจะได้รับคืนในอัตราเท่าใด

ขอแบบฟอร์มขอรับเงินคืนได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศหรือที่ว่าการประจำเมือง หรือเขต/อำเภอ โดยกรอกข้อความและส่งไปยังที่อยู่ตามที่เขียนไว้ด้านหลังของแบบฟอร์ม

สำหรับบุคคลที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญสามารถคำนวณเงินชำระคืนได้ดังนี้:
เงินที่จะได้รับจากการขอคืนประกันบำนาญจำนวนจะอยู่ในระหว่าง 0.4 ถึง 2.4 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นกับระยะเวลาที่ทำประกัน ของผู้สมัคร


Q.

ระบบประกันค่าชดเชยอุบัติเหตุของพนักงานหรือคนงานคืออะไร

A.

ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานพนักงานมีสิทธิได้รับค่าชดเชยการบำบัดรักษาทางการแพทย์ หรือขาดงานเนื่องจากการป่วยหรือบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจาก การทำงาน

นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อช่วยพนักงานใน กรณีที่ี่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนผู้ว่าจ้างไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนแก่คนงานที่ได้รับอุบัติเหตุ

ทำอย่างไรจึงจะได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันนี้

ตามข้อกฎหมายแล้ว นายจ้างทุกรายที่มีพนักงานมากกว่า 1 คน รวมทั้ง พนักงานนอกเวลา และพนักงานทำงานพิเศษจะต้องจัดทำประกันค่าชดเชยอุบัติเหตุให้กับพนักงานทุกคน หากนายจ้างปฏิเสธการทำประกันให้ สามารถเรียกร้องเพื่อรับสิทธินี้ได้

ใครเป็นผู้รับผิดชอบการจ่ายค่าเบี้ยประกัน

ผู้ว่าจ้างหรือนายจ้าง จะต้องรับผิดชอบชำระเบี้ยประกันที่เกี่ยวข้องเต็ม จำนวน

ผู้มีประกันจะได้รับความคุ้มครองอย่างไรบ้าง

พนักงานหรือคนงานมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยได้หลายรายการหากได้รับ บาดเจ็บหรือป่วยระหว่างเวลาทำงาน หรือได้รับอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางไปยังสถานที่ทำงาน
(สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน ตรวจสอบมาตรฐานแรงงานที่อยู่ใกล้เคียง)


Q.

ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติคืออะไร

A.

คือระบบประกันที่สร้างขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองในยามป่วยหรือได้รับบาดเจ็บสำหรับประชาชนบุคคลทั่วไป หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพพนักงานหรือคนงานข้างต้นได้

ทำอย่างไร คนต่างชาติจึงจะได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันนี้

จะต้องยื่นขอทำรวมเป็นหลังคาเรือนที่แผนกประกันของที่ว่าการประจำ เมือง หรือเขต/อำเภอ โดยใบประกันจะถูกออกให้ 1 ใบต่อ 1 หลังคาเรือน เท่านั้น และมีเงื่อนไขในการสมัครดังนี้

  1. ลงทะเบียนชาวต่างชาติเรียบร้อยแล้ว
  2. อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเกินกว่า 1 ปี แต่ถ้าพำนักอยู่ในที่อยู่อาศัยปัจจุบันน้อยกว่า 1 ปี ต้องได้รับการรับรองว่าอยู่อาศัยในญี่ปุ่นเกินกว่า 1 ปี

ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าเบี้ยประกัน

จำนวนค่าเบี้ยประกันจะถูกกำหนดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น อัตรา ของเมืองหรือเขต/อำเภอที่อาศัยอยู่ จำนวนสมาชิกในครอบครัว และ รายได้ของครอบครัวของปีที่ผ่านมา สำหรับในกรณีที่อาศัยอยู่คนเดียว และไม่มีรายได้ ก็จะเสียค่าเบี้ยประกันประมาณ 10,000-20,000 เยน ต่อปี (สำหรับนักศึกษาอาจจะสามารถขอรับส่วนลดได้จำนวนหนึ่ง) ซึ่งการ จ่ายเงินค่าเบี้ยประกันสามารถทำได้โดยจ่ายที่ที่ว่าการประจำเมืองหรือ เขต/อำเภอหรือจ่ายโดยหักผ่านบัญชีธนาคารก็ได้

ผู้มีประกันจะได้รับความคุ้มครองอย่างไรบ้าง

เมื่อเป็นสมาชิกของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว ผู้มีประกันจะจ่าย เพียง 30% ของค่ารักษาพยาบาล
(แต่มีบางกรณีที่ไม่สามารถใช้ประกัน สุขภาพได้ ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง)


Q.

ระบบประกันเงินบำนาญแห่งชาติคืออะไร

A.

เป็นระบบประกันเงินบำนาญสำหรับพนักงานหรือคนงานที่ไม่มีสิทธิทำประกันเงินบำนาญ สวัสดิการพนักงานข้างต้นได้ ซึ่งระบบนี้จะมีลักษณะเช่นเดียวกับ ระบบประกันเงินบำนาญพนักงาน หรือคนงาน แต่การได้รับเงินคืนจะแตกต่าง ไปคือ จำนวนเงินที่ได้รับคืนบางส่วนของระบบนี้ จะขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนที่ได้ชำระเบี้ยประกันเงินบำนาญแห่งชาติ


Q.

ไม่มีวีซ่า ไม่มีประกันสุขภาพ สามารถฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลได้หรือไม่

A.

โอกาสที่จะถูกปฏิเสธนั้นมีสูง แต่ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลหรือคลินิกแต่ละแห่ง จะพิจารณา


Q.

ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรประมาณเท่าใด

A.

โดยทั่วไปประมาณ 300,000-400,000 เยน ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลหรือ คลินิก


Q.

การทำประกัน

A.

ผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โอกาสที่จะไม่สามารถทำประกันได้ มีค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนคนต่างชาติมากกว่า 1 ปี และไม่มีวีซ่า จะไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้ สำหรับรายละเอียดให้สอบถามที่ว่าการ เขต/อำเภอที่ท่านพำนักอยู่

มีบริษัทประกันของเอกชนที่รับบริการประกันสุขภาพ ควบคู่ไปกับการประกัน ชีวิต ซึ่งจะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกับผู้ที่ไม่มีวีซ่า และมีค่าใช่จ่ายและเบี้ยประกันที่สูง กว่าการทำประกันของรัฐบาล

ผู้ยื่นขอทำประกันกับบริษัทเอกชนต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
  2. จดทะเบียนคนต่างชาติที่สำนักงานทะเบียนเขตหรืออำเภอที่ตนพำนักอยู่
  3. ผู้ที่ประสงค์พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นตลอดชีวิต
  4. สามารถอ่านและเข้าใจ สัญญาประกันที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้
  5. ต้องไม่ถือวีซ่านักเรียนนักศึกษาและผู้ฝึกงาน

Q.

ได้รับบาดเจ็บระหว่างการทำงาน ต้องการได้ค่าชดเชย ควรทำอย่างไร

A.

แจ้งให้นายจ้างทราบ เนื่องจากนายจ้างมีความรับผิดชอบในการทำประกันให้

หากไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถขอคำปรึกษาจากสำนักงานแรงงานไทยในญี่ปุ่น
03 5423 6656 เวลาทำการ 09.00-12.00 น. และ 13.30-17.00 น.

สำหรับกรณีไม่มีวีซ่า ไม่มีประกัน
ควรปรึกษาขอความเห็นใจจากนายจ้างเพื่อ ดูแลรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและหลังจากนั้น ควรเรียกร้องสิทธิให้นายจ้าง จัดทำประกันสุขภาพให้

เงินชดเชยที่ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองจากประกันอุบัติเหตุจากการทำงานมี 3 ส่วน คือ

  1. เงินค่ารักษาพยาบาล
  2. เงินชดเชยขณะหยุดงานเพื่อพักรักษาตัว จะได้รับในอัตราประมาณ 80 % ของค่าจ้างเฉลี่ย นับตั้งแต่วันที่ 4 ที่หยุดงานไปรักษาตัว
  3. เงินทดแทนกรณีที่สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ เช่น นิ้วขาด หรือขาขาด เป็นต้น

Q.

สามีทำงานอยู่ในญี่ปุ่น ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตโดยเกิดอุบัติเหตุระหว่างการ ทำงาน ภรรยาจะได้รับเงินทดแทนอะไรบ้างหรือไม่

A.

กรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน นายจ้างจะต้องจ่ายเงินทดแทน ให้แก่ทายาทเป็นจำนวนเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างเฉลี่ยจำนวน 1,000 วัน และต้อง จ่ายค่าทำศพให้ผู้จัดการศพเท่ากับอัตราค่าจ้างเฉลี่ยจำนวน 60 วัน ยกเว้นว่าได้มีการจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานหรือกฎหมายอื่นแล้ว โดยมีการเรียงลำดับทายาทดังนี้

  • คู่สมรสที่อยู่กินฉันสามี/ภรรยา ถ้ามิได้จดทะเบียนสมรส ต้องพิสูจน์ได้ว่า อยู่กินด้วยกันจริง
    (กรณีของสามีต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป)
  • บิดามารดา (ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป)
  • บุตรที่มีอายุไม่ครบ 18 ปี
  • ปู่ย่าตายายที่มีอายุเกิน 60 ปี
  • พี่น้องที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี หรือมากกว่า 60 ปี




Back to the list